ทำไมต้องปกป้อง
วัดปากน้ำและวัดพระธรรมกาย
ทั้งที่มิใช่ศิษย์สายตรง(๔)
สามเณรช่วงหรือสมเด็จพระมหารัชชมังคลาจารย์หรือเจ้าอาวาสวัดปากน้ำองค์ปัจจุบัน. เมื่ออายุสิบสี่
ท่านเป็นเด็กบางพลีสมุทรปราการ บวชเป็นสามเณร เมื่อปี พ.ศ.2482 หลวงตารูปหนึ่งวัดสังฆราชา
นำมาฝากไว้ในสำนักวัดปากน้ำภาษีเจริญ อยู่ในความอุปถัมภ์ดูแล
ของหลวงพ่อวัดปากน้ำตลอดมา สำเร็จการศึกษานักธรรมเอกและเปรียญธรรม ๗ ประโยค
เมื่อพระมหาช่วงได้เปรียญ ๗ แล้ว จึงต้องมาศึกษาต่อที่ฝั่งพระนครและได้เลือกวัดโพธิ์ท่าเตียน
เป็นสำนักเรียนที่จะศึกษาชั้นเปรียญธรรม ๘ และ ๙
ท่านได้เล่าให้พระเถระรูปหนึ่งฟังว่าได้มากวาดถูทำความสะอาดกุฏิที่วัดโพธิ์ท่าเตียนแล้ว
แต่หลวงพ่อวัดปากน้ำได้นำท่านไปฝากเรียนที่วัดเบญจฯโดยกะทันหัน โดยนำไปฝากให้อยู่
ในสำนักของพระสังฆราช(ปลด) ด้วยตัวของท่านเอง. หลวงพ่อวัดปากน้ำได้กราบเรียน
พระสังฆราชฝากให้พระมหาช่วง. ได้ศึกษาอยู่ที่วัดเบญจฯ. เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว. จะขอรับกลับไปอยู่วัดปากน้ำ. เมื่อพระมหาช่วงจบเปรียญธรรม ๙ ประโยค และฝึกงานเป็นเลขานุการ. หลวงพ่อวัดปากน้ำจึงมารับตัวพระมหาช่วงกลับวัดปากน้ำ. ตลอดระยะเวลาที่พระมหาช่วง. มาเรียนที่วัดเบญจฯหลายปี
หลวงพ่อวัดปากน้ำสั่งให้จัดอาหารจากวัดปากน้ำมาถวายทุกวัน. นี่คือเหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ. 2493
ทำไม...หลวงพ่อวัดปากน้ำ จึงเอาใจใส่หลวงพ่อสมเด็จช่วง. ตั้งแต่เป็นสามเณรเช่นนี้
เรียกได้ว่าประคับประคอง มาโดยตลอดอย่างใกล้ชิด. ทั้งๆที่พระมหาช่วง. ไม่ได้ชำนาญการ
"วิชชาธรรมกาย". แต่หลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ ท่านเชี่ยวชาญ"วิชชาธรรมกาย"
และท่านหวังเผยแพร่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก
วัดปากน้ำและวัดพระธรรมกาย
ทั้งที่มิใช่ศิษย์สายตรง(๔)
สามเณรช่วงหรือสมเด็จพระมหารัชชมังคลาจารย์หรือเจ้าอาวาสวัดปากน้ำองค์ปัจจุบัน. เมื่ออายุสิบสี่
ท่านเป็นเด็กบางพลีสมุทรปราการ บวชเป็นสามเณร เมื่อปี พ.ศ.2482 หลวงตารูปหนึ่งวัดสังฆราชา
นำมาฝากไว้ในสำนักวัดปากน้ำภาษีเจริญ อยู่ในความอุปถัมภ์ดูแล
ของหลวงพ่อวัดปากน้ำตลอดมา สำเร็จการศึกษานักธรรมเอกและเปรียญธรรม ๗ ประโยค
เมื่อพระมหาช่วงได้เปรียญ ๗ แล้ว จึงต้องมาศึกษาต่อที่ฝั่งพระนครและได้เลือกวัดโพธิ์ท่าเตียน
เป็นสำนักเรียนที่จะศึกษาชั้นเปรียญธรรม ๘ และ ๙
ท่านได้เล่าให้พระเถระรูปหนึ่งฟังว่าได้มากวาดถูทำความสะอาดกุฏิที่วัดโพธิ์ท่าเตียนแล้ว
แต่หลวงพ่อวัดปากน้ำได้นำท่านไปฝากเรียนที่วัดเบญจฯโดยกะทันหัน โดยนำไปฝากให้อยู่
ในสำนักของพระสังฆราช(ปลด) ด้วยตัวของท่านเอง. หลวงพ่อวัดปากน้ำได้กราบเรียน
พระสังฆราชฝากให้พระมหาช่วง. ได้ศึกษาอยู่ที่วัดเบญจฯ. เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว. จะขอรับกลับไปอยู่วัดปากน้ำ. เมื่อพระมหาช่วงจบเปรียญธรรม ๙ ประโยค และฝึกงานเป็นเลขานุการ. หลวงพ่อวัดปากน้ำจึงมารับตัวพระมหาช่วงกลับวัดปากน้ำ. ตลอดระยะเวลาที่พระมหาช่วง. มาเรียนที่วัดเบญจฯหลายปี
หลวงพ่อวัดปากน้ำสั่งให้จัดอาหารจากวัดปากน้ำมาถวายทุกวัน. นี่คือเหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ. 2493
ทำไม...หลวงพ่อวัดปากน้ำ จึงเอาใจใส่หลวงพ่อสมเด็จช่วง. ตั้งแต่เป็นสามเณรเช่นนี้
เรียกได้ว่าประคับประคอง มาโดยตลอดอย่างใกล้ชิด. ทั้งๆที่พระมหาช่วง. ไม่ได้ชำนาญการ
"วิชชาธรรมกาย". แต่หลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ ท่านเชี่ยวชาญ"วิชชาธรรมกาย"
และท่านหวังเผยแพร่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก