วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ทำไมต้องปกป้อง
วัดปากน้ำและวัดพระธรรมกาย
ทั้งที่มิใช่ศิษย์สายตรง(๔)

สามเณรช่วงหรือสมเด็จพระมหารัชชมังคลาจารย์หรือเจ้าอาวาสวัดปากน้ำองค์ปัจจุบัน. เมื่ออายุสิบสี่
ท่านเป็นเด็กบางพลีสมุทรปราการ บวชเป็นสามเณร เมื่อปี พ.ศ.2482 หลวงตารูปหนึ่งวัดสังฆราชา
นำมาฝากไว้ในสำนักวัดปากน้ำภาษีเจริญ  อยู่ในความอุปถัมภ์ดูแล
ของหลวงพ่อวัดปากน้ำตลอดมา สำเร็จการศึกษานักธรรมเอกและเปรียญธรรม ๗ ประโยค
เมื่อพระมหาช่วงได้เปรียญ ๗ แล้ว จึงต้องมาศึกษาต่อที่ฝั่งพระนครและได้เลือกวัดโพธิ์ท่าเตียน
เป็นสำนักเรียนที่จะศึกษาชั้นเปรียญธรรม ๘ และ ๙
ท่านได้เล่าให้พระเถระรูปหนึ่งฟังว่าได้มากวาดถูทำความสะอาดกุฏิที่วัดโพธิ์ท่าเตียนแล้ว
แต่หลวงพ่อวัดปากน้ำได้นำท่านไปฝากเรียนที่วัดเบญจฯโดยกะทันหัน  โดยนำไปฝากให้อยู่
ในสำนักของพระสังฆราช(ปลด) ด้วยตัวของท่านเอง. หลวงพ่อวัดปากน้ำได้กราบเรียน
พระสังฆราชฝากให้พระมหาช่วง. ได้ศึกษาอยู่ที่วัดเบญจฯ. เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว. จะขอรับกลับไปอยู่วัดปากน้ำ. เมื่อพระมหาช่วงจบเปรียญธรรม ๙ ประโยค และฝึกงานเป็นเลขานุการ. หลวงพ่อวัดปากน้ำจึงมารับตัวพระมหาช่วงกลับวัดปากน้ำ. ตลอดระยะเวลาที่พระมหาช่วง.  มาเรียนที่วัดเบญจฯหลายปี
หลวงพ่อวัดปากน้ำสั่งให้จัดอาหารจากวัดปากน้ำมาถวายทุกวัน. นี่คือเหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ. 2493

          ทำไม...หลวงพ่อวัดปากน้ำ  จึงเอาใจใส่หลวงพ่อสมเด็จช่วง.  ตั้งแต่เป็นสามเณรเช่นนี้
เรียกได้ว่าประคับประคอง มาโดยตลอดอย่างใกล้ชิด. ทั้งๆที่พระมหาช่วง.  ไม่ได้ชำนาญการ
"วิชชาธรรมกาย".  แต่หลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ  ท่านเชี่ยวชาญ"วิชชาธรรมกาย"
และท่านหวังเผยแพร่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก

ทำไมต้องปกป้องวัดพระธรรมกาย(3)

ทำไมต้องปกป้อง
วัดปากน้ำและวัดพระธรรมกาย
ทั้งที่มิใช่ศิษย์สายตรง(๓)

พระพุทธศาสนาคือรากฐาน
แห่งการสร้างชาติไทย
ทำให้แผ่นดินนี้
เป็นแผ่นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์
มีภูมิทัศน์ภูมิประเทศที่ดีงาม
ห่างไกลจากภัยธรรมชาติ
พระพุทธศาสนาเคลื่อน
จากแผ่นดินอินเดียสู่สยามประเทศ
เพราะคนไทยและแผ่นดินนี้
ยังมีบุญรองรับพระพุทธศาสนา

แต่เดิมพระสงฆ์ในสยามประเทศ
แม้ว่าจะไม่เก่งเรื่องปริยัติ
คือการศึกษาในตำราคัมภีร์
แต่ท่านมีความรู้เรี่อง
สมถวิปัสสนากรรมฐาน
โดยเฉพาะเรื่องกสิณ
ดังนั้นในแทบทุกตำบล
มีหลวงพ่อหลวงตาหลวงปู่
ท่านมีความชำนาญสมาธิจิต
เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน
อยู่ในความอุปถัมภ์ของผู้ปกครอง
ทั้งคณะสงฆ์ก็มีการบริหาร
เป็นสัดส่วนแยกเป็นฝ่าย
ยึดถือพระธรรมวินัยเป็นแบบแผน
ทั้งฝ่ายอรัญวาสีและฝ่ายคามวาสี
มีความสามัคคีในหมู่สงฆ์ตลอดมา

แม้มีการเปลี่ยนแปลง
ในทางการเมืองมาหลายสมัย
ในทุกสมัยนั้นมีพระพุทธศาสนา
เป็นหลักยึดเหนี่ยวตลอดมา
ไม่มีการทำร้ายทำลาย
หรือประทุษร้ายคณะสงฆ์
และคณะสงฆ์ได้ปกป้อง
สถาบันกษัตริย์ให้คงอยู่
คู่กับแผ่นดินนี้ตลอดมา
ถึงแม้ว่าในปีพ.ศ.2475
จะมีการปฏิวัติล้มระบอบ
สมบูรณาญาสิทธิราช
จากกลุ่มคนหนุ่มทั้งฝ่ายทหาร
และฝ่ายพลเรือนที่ไปศึกษาที่ยุโรป
เพราะเนื่องจากสยามประเทศ
มีคณะสงฆ์ที่ไม่ฝักใฝ่การเมือง
แต่เข้าถึงประชาชนทุกหย่อมหญ้า
จึงทำให้คณะปฏิวัติ2475ไม่กล้า
ล้มเลิกระบบกษัตริย์โดยสิ้นเชิง

โลกมีการเปลี่ยนแปลง
ด้านวัตถุและเทคโนโลยี
อย่างมากและรวดเร็ว
โลกต้องประสบปัญหา
ภัยจากธรรมชาติและ
ภัยจากน้ำมือมนุษย์อันเนื่องมา
จากการห่างเหินศีลธรรม
คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่
มีความสงสัยในคำสอน
ของศาสนามากยิ่งขึ้น
บางศาสนากลายเป็นข้ออ้าง
เพื่อมาเข่นฆ่าล้างผลาญกัน

วิชชาธรรมกายเป็นคำตอบ
และความหวังของคนยุคใหม่
หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านกล่าวว่า
คนที่ได้วิชชาธรรมกายหนึ่งคน
สามารถช่วยเหลือคนอื่น
ได้เป็นแสนคน
ถ้าไม่อคติเกินไปต้องยอมรับว่า
วัดพระธรรมกายคือผลผลิต
ของ"วิชชาธรรมกาย"

ทำไมต้องปกป้องวัดพระธรรมกาย (2)

ทำไมต้องปกป้อง
วัดปากน้ำและวัดพระธรรมกาย
ทั้งที่มิใช่ศิษย์สายตรง(๒)

สมเด็จป๋าวัดโพธิ์ท่าเตียน
เคารพนับถือในศีลาจารวัตร
หลวงพ่อวัดปากน้ำเป็นอย่างมาก
สมเด็จป๋าเป็นหลานแท้ๆของท่าน
หลวงพ่อวัดปากน้ำได้บอกกล่าวแก่
สมเด็จป๋าสมัยเป็นพระธรรมดิลก
ว่าต่อไปจะได้เป็นใหญ่ในหมู่สงฆ์
เรื่องนี้ถูกเปิดเผยโดยสมเด็จป๋าเอง
เมื่อได้เป็นพระสังฆราชแล้ว
ได้มากราบสักการะบูชาคุณ
หลวงพ่อวัดปากน้ำ
โดยไม่ได้บอกล่วงหน้า
แก่ทางวัดปากน้ำว่าจะมา
และสมเด็จป๋าได้เล่า
ให้คณะสงฆ์วัดปากน้ำ
ได้รับทราบในวันนั้น

การเลี้ยงภัตตาหารแด่พระภิกษุ
จำนวนนับร้อยนับพัน
เป็นเรื่องปกติของวัดปากน้ำ
ซึ่งเป็นฐานทัพใหญ่ของ
การเผยแพร่วิชชาธรรมกาย
หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านสอน
สมาธิภาวนาแนววิชชาธรรมกาย
ก็คือสมถวิปัสสนากรรมฐาน
ที่มีมาในพระไตรปิฎก
และขยายความ
โดยวิสุทธิมรรคคือ
การเจริญพระกรรมฐาน๔๐แบบ
เพียงแต่หลวงพ่อวัดปากน้ำ
ท่านให้วางจิต
ไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่๗
มีบริกรรมนิมิตและบริกรรมภาวนา
เป็นเครี่องกำกับจิต
อยู่ที่ศูนย์กลางกายนั้น

ท่านสอนให้รู้จักทำบุญ
ใน ทาน ศีล ภาวนา
และเมื่อทำบุญได้แล้ว
ท่านสอนให้รู้จักใช้บุญเป็น
วัดปากน้ำภาษีเจริญ
มีผู้คนไปทำบุญเป็นเจ้าภาพ
เลี้ยงภัตตาหารแก่พระภิกษุ
มากมายมาเป็นเวลานาน
ร่วมร้อยปีทุกวันทั้งเช้าและเพล
ก็ด้วยอานุภาพแห่งวิชชาธรรมกาย

ทำไมต้องปกป้องวัดพระธรรมกาย 1

ทำไมต้องปกป้อง
ทั้งที่มิใช่ศิษย์สายตรง
วัดปากน้ำและวัดพระธรรมกาย(๑)

บุคคลที่ร่วมช่วยปกป้อง
วัดปากน้ำภาษีเจริญ
วัดพระธรรมกาย
คือผู้ที่เห็นคุณค่า
และเห็นคุณประโยชน์
คุณวิเศษของวิชชาธรรมกาย

หลวงพ่อวัดปากน้ำ
ท่านเกิดมาในโลกนี้
พร้อมวิชชาธรรมกาย
เพื่อทำนุบำรุงสืบสาน
พระพุทธศาสนาให้มั่นคง
ตลอดกาลสมัยกาลเวลา
ท่านมาพร้อมกับบริษัทบริวาร
ท่านจะเลือกใคร
ใช้ใครทำงานใหญ่
ท่านตรวจดูบุญของคนผู้นั้น
ท่านไม่เลือกเพราะคนผู้นั้น
เป็นคนบ้านเดียวกัน
จังหวัดเดียวกันกับท่าน

สามเณรช่วงหรือพระมหาช่วง
เมื่อเจ็ดสิบกว่าปีที่แล้ว
คือเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน
สมเด็จพระมหารัชชมังคลาจารย์
ได้ถูกหลวงพ่อวัดปากน้ำ
วางตัวให้เป็นเจ้าอาวาส
บริหารวัด..สืบจากท่าน
ทั้งที่หลวงพ่อสมเด็จช่วง
ไม่ชำนาญการวิชชาธรรมกาย
ในขณะนั้นคงมีหลายท่าน
ตั้งข้อสงสัยว่าทำไม
หลวงพ่อวัดปากน้ำซึ่งเป็น
ปรมาจารย์วิชชาธรรมกาย
ไม่เลือกศิษย์ท่านอื่นๆ
ที่เชี่ยวชาญวิชชาธรรมกาย
มีหลายท่านเป็นเจ้าอาวาส
ทั้งยังสั่งเสียให้หลานของท่าน
คือสมเด็จวันรัตป๋า
วัดโพธิ์ท่าเตียน
ช่วยดูแลพระมหาช่วง
ให้เป็นไปตามที่ท่านต้องการ
สมเด็จป๋าได้รักษาการ
เจ้าอาวาสถึงหกปี
จึงให้พระมหาช่วง
เปนเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ
ขณะนั้นได้สมณศักดิ์
ที่"พระราชเวที"

หลวงพ่อวัดปากน้ำ
ท่านไม่ขวางบุญฝืนกรรมใคร
ท่านทราบได้อย่างไรว่า
สามเณรช่วงจะมีอายุยืนยาว
และมีน้ำอดน้ำทนไม่หวั่นไหว
ต่อการโจมตีต่อต้านท่าน
ไม่ให้ดำรงตำแหน่งพระสังฆราช
โดยไร้สาระเหตุผล
แม้เป็นคนแก่วัยชราคนอื่น
คงล้มพับหลับสิ้นแล้ว

หลวงพ่อวัดปากน้ำ
ท่านมีความมุ่งมั่นในการเผยแพร่
วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก
ท่านทราบได้อย่างไร
ว่าพระมหาช่วงจะได้เป็น
พระราชาคณะชั้นสมเด็จ
ทั้งที่มีการวางตำแหน่ง
ขัดขวางเป็นขั้นตอน
ในนอกที่ลับที่แจ้ง
แต่หลวงพ่อสมเด็จช่วง
ท่านก็มาของท่านได้
โดยท่านไม่ได้ไปคิดร้าย
หรือกระทำให้คนอื่นเสียหาย
หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านกล่าวว่า
วิชชาธรรมกายเป็นของจริง